Tuesday, February 20, 2007

พลังแห่งชุดนักเรียน

สังคมไทยพิจารณาว่าชุดนักเรียนเป็นชุดสุภาพ และมีนัยแห่งความเป็นเด็กที่ยังต้องการการดูแล เกื้อกูล และให้การเอาใจใส่ ด้วยเหตุดังกล่าว ชุดนักเรียนจึงเป็นชุดที่มีพลังแห่งความเห็นอกเห็นใจจากประชาชนในสังคม และนำไปใช้ประโยชน์ให้กับผู้สวมใส่ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น ใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชมอะไรบางอย่าง ใช้เป็นเครื่องแบบในการติดต่อราชการ และในอีกแง่หนึ่งก็นำมาใช้ในแง่ของการตลาดได้ด้วย




ในตลาดนัดสวนจตุจักร ศิลปินข้างถนนในชุดนักเรียนนักศึกษา เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป เนื่องมาจากความสำเร็จของศิลปินในรูปแบบนี้คนหนึ่ง ซึ่งมีหนังสือพิมพ์มาทำข่าวของเขาแล้วก็เป็นที่รู้จักไปทั่ว นักเรียนเหล่านี้เห็นช่องทางดังกล่าว ก็เลยทำตามแบบบ้าง การเป็นศิลปินข้างถนนในชุดนักเรียนสื่อความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเขียนป้ายว่า "ฉันจะเอาเงินนี้ไปเพื่อเป็นทุนการศึกษานะจ๊ะ" ซึ่งมักจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากคนที่เดินผ่านไปมาอยู่เสมอ ลองคิดดูว่าถ้าเด็กพวกนี้ไม่ได้สวมเครื่องแบบนักเรียน ความเห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นนักเรียนจะขาดหายไป เรียกได้อย่างเต็มปากว่า "เอาชุดนักเรียนมาหากิน"

Monday, February 19, 2007

โรงพยาบาลมีหน้าที่รักษาคนเจ็บ ไม่ใช่ทำให้คนเจ็บเสียเอง

การออกแบบทางเท้าที่ดี ส่วนใหญ่จะคิดถึงแต่ความปลอดภัยทางแนวนอน เช่น ทางเท้าต้องกว้างเท่าไหร่ มีระยะป้องกันคนจากรถยนต์แค่ไหน แต่ที่มักจะลืมกันไปคือความปลอดภัยทางแนวตั้ง เช่น ระยะต่ำที่สุดของสถาปัตยกรรมและส่วนยื่นด้านบนของทางเท้า และที่สำคัญคือป้ายต่าง ๆ มักจะยื่นมาอยู่เหนือทางเท้า ตามหลักการแล้วป้ายเหล่านั้นจะต้องถูกออกแบบและคำนวณความแข็งแรงของรอยต่อและการติดตั้งโดยวิศวกร เพื่อเป็นการรับประกันว่าป้ายจะไม่ร่วงลงมาใส่หัวคนเดินเท้า แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ป้ายเหล่านั้นติดตั้งโดยช่างที่ไม่มีความรู้ทางวิศวกรรม แล้วปล่อยให้คนเดินเท้าเสี่ยงภัยกันเอาเอง

ป้ายที่เหลือแต่โครงหน้าโรงพยาบาลตำรวจ ดูจากรอยต่อและวิธีการติดตั้งแล้วคงไม่ได้ผ่านการคำนวณและควบคุมโดยวิศวกร แถมโครงป้ายเองก็ยังโย้เต็มที พร้อมที่จะหล่นใส่หัวคนเดินเท้าได้ทุกขณะ แต่ไม่เป็นไร เพราะนี่เป็นหน้าโรงพยาบาล ป้ายหล่นทับหัวใครเมื่อไหร่ก็หามเข้าโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว คงจะรักษาทันก่อนเสียชีวิตเป็นแน่

เป็นเสียเองอีกแล้ว

สังคมไทยให้เกียรติและยกย่องตำรวจในฐานะผู้รักษากฎหมาย โดยคาดหวังว่าตำรวจจะทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ แต่ภาพพจน์ของตำรวจไทยก็มีภาพลบติดอยู่ไม่น้อย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทั่วไปจนเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เกาะกลางถนนเจาะช่องเอาไว้ให้รถฝั่งตรงข้ามเข้าออกได้ แต่ก็เป็นการเข้าออกชั่วคราวสำหรับกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนเท่านั้น ในเวลาปกติก็ห้ามใช้งานช่องตรงนี้ จึงนำเอารั้วเหล็กสีเหลืองมากั้นไว้ จะเปิดก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน แต่ตรงขอบของเกาะกลาง รั้วสีเหลืองกั้นได้ไม่ถึง ก็เหลือช่องเล็ก ๆ ขนาดเท่ากับมอเตอร์ไซค์ผ่านได้ พี่ตำรวจคนนี้ก็เลยทำผิดกฎหมายเสียเอง ด้วยการออกจากหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วขี้เกียจไปหาทางกลับรถ เลยตัดถนนสามช่องทางไปเลี้ยวขวาตรงช่องนี้เสียเลย ไม่ต้องกลัวถูกจับหรอกครับ เขามีพวกพ้องเป็นตำรวจทั้งสำนักงาน นี่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแท้ ๆ ตำรวจเองยังกล้าทำผิดกฎหมาย แล้วประเทศชาติจะพึ่งใครได้บ้างล่ะนี่

เหมือนไม่ค่อยอยากให้แจ้งนะ

การออกแบบและติดตั้งป้ายเพื่อแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ จะต้องมีความชัดเจน กระชับได้ใจความ และกลุ่มเป้าหมายสามารถมองเห็นได้ง่าย แต่ป้ายบางป้ายในกรุงเทพฯ ไม่ได้คำนึงว่าหน้าที่ของป้ายคืออะไร สักแต่ว่าเอางบประมาณมาทำ แล้วก็ติดมันไปอย่างนั้น แต่ไม่ได้ช่วยให้สื่อสารได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ป้ายนี้พบที่ข้างรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ สำนักงานใหญ่ของตำรวจไทยนั่นแหละ ความมุ่งหมายของป้ายนี้คือ แจ้งให้ประชาชนทราบว่า ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรให้แจ้งได้ที่ศูนย์รับร้องทุก โดยให้เลขหมายโทรศัพท์ทั้งสายด่วนและเลขหมายปกติ (บรรทัดที่ ๓) แถมด้วยที่อยู่เพื่อให้สามารถร้องทุกข์แบบเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมาทางจดหมายก็ได้ (บรรทัดที่ ๔ ซึ่งถูกต้นไม้บังทั้งหมด) กลุ่มเป้าหมายที่ป้ายนี้ต้องการสื่อสารข้อมูลไปให้ คือคนที่ขับรถผ่านไปมาหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ดันไปผูกป้ายนี้ไว้หลังต้นไม้ คนที่อยู่บนรถด้วยความเร็วปกติก็คงอ่านไม่เห็น ขนาดภาพนี้หยุดยืนถ่ายรูปจากบนทางเท้ายังไม่เห็นเลย แล้วคนบนรถที่นั่งต่ำกว่าคนยืนบนทางเท้า และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงกว่า ก็คงหมดสิทธิ์เห็นอย่างแน่นอน แล้วจะเสียงบประมาณทำป้ายไปทำไมล่ะนี่

๑ วันมี ๒๔ ชั่วโมงนะจ๊ะ

ป้ายบอกเวลาเปิดปิดของประตูมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แจ้งไว้ชัดเจนว่า "เปิด เวลา ๐๗.๐๐ - ๑๖.๐๐ น." และ "ปิด เวลา ๑๖.๐๐ - ๒๑.๐๐ น." แต่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วช่วงเวลาที่เหลือ ตั้งแต่ ๒๑.๐๐ - ๐๗.๐๐ น. ประตูนี้มันเปิดหรือปิดล่ะ หรือทั้งไม่ปิดและไม่เปิด

ทางเข้าออกต้องไม่มีอุปสรรคมากีดขวางสิ

ทางเข้าออกที่ดีจะต้องผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมจราจร ให้มีจำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณของคนที่ใช้สอยพื้นที่ และแต่ละทางเข้าออกจะต้องมีขนาดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับขนาดของช่องทางที่ต่อจากทางเข้าออกนั้น ๆ ไม่ให้เกิดปัญหา "คอขวด" เมื่อขนาดของทางเข้าออกเล็กกว่าช่องทางที่ต่อจากทางเข้าออกนั้น ๆ

ที่สวนจตุจักร ประตูทางเข้าออกถูกวางในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม มีต้นไม้มาขวางทาง ทำให้คนที่เดินเข้าออกต้องเดินหลบแท่งคอนกรีตที่ล้อมรอบฐานต้นไม้ ทำให้ต้องเดินเรียงหนึ่ง ถ้ามีคนเดินมาสวนกันตรงนี้พอดีก็ต้องหยุดรอกัน เกิดการติดขัดและไม่สะดวกในการเคลื่อนที่ และถ้าเกิดกรณีฉุกเฉินต้องอพยพคนเข้าหรือออกผ่านประตูนี้อย่างเร่งด่วน ก็ไม่สามารถทำได้และยังเป็นอันตรายอีกด้วย

ขนาดติดป้ายเตือนไว้แล้ว ยังลืมจนได้

ตู้สายโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ริมถนน จะต้องมีการล็อกกุญแจให้เรียบร้อยเนื่องจากเป็นการป้องกันทรัพย์สินขององค์การโทรศัพท์ฯ เอง และยังเป็นเรื่องการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สายโทรศัพท์อีกด้วย แต่ก็มักจะถูกละเลยจากพนักงานอยู่เสมอ แม้ว่าจะกำชับกันอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม ทางองค์การโทรศัพท์จึงได้ลงทุนทำสติกเกอร์มาติดไว้ที่ตู้เพื่อเป็นการเตือนซ้ำอีกครั้ง ให้พนักงานเห็นกันชัด ๆ จะได้ไม่ลืม แต่ก็ไม่เป็นผล ก็ยังลืมล็อกกุญแจอีกอยู่ดี

ป้ายรถเมล์ห้ามอยู่ติดขอบทางเท้า

ตำแหน่งของอาคารหรือที่นั่งรอรถเมล์ที่ถูกต้องจะต้องอยู่ด้านในของทางเท้า ติดกับเขตที่ดินของอาคารข้างถนน โดยเว้นด้านหน้าไว้สำหรับให้คนขึ้นลง และเป็นช่องทางเท้าสำหรับคนเดินผ่าน รวมถีงเป็นระยะปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากยานพาหนะบนถนนขึ้นมาชนคนที่รอรถเมล์อยู่ด้วย

ตัวอย่างของป้ายรถเมล์ที่ถูกต้อง บนถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้าม พล.ม.๒ นั่งคอยถอยออกมาจากแนวขอบทางเท้า เว้นระยะให้ผู้นั่งคอยอยู่ห่างจากถนนและรถยนต์ที่มีความเร็วสูง และมีพื้นที่สำหรับขึ้นลงรถเมล์อย่างสะดวก

ตัวอย่างของป้ายรถเมล์ที่ผิด บริเวณหน้าปากซอยวัดไผ่ตัน เอาที่นั่งคอยมาอยู่ติดขอบทางเท้าริมถนน ไม่มีคนมานั่งเพราะผิดกับหลักจิตวิทยาของคน ที่ต้องการระยะปลอดภัยเพื่อแยกตัวเองออกจากความเร็วที่อยู่บนถนน และถ้ามีคนนั่งที่เก้าอี้พวกนี้ เมื่อรถเมล์มาถึงก็จะไม่มีพื้นที่พอสำหรับให้คนก้าวขึ้นลงรถเมล์ แต่ไม่แปลกใจว่าทำไมที่นั่งต้องมาอยู่ติดริมถนน ก็เพราะถ้าถอยที่นั่งเข้าไปอยู่ติดริมอาคาร พื้นที่ตั้งแผงลอยริมถนนที่ลามมาจากสวนจตุจักรจะหายไปเท่ากับความกว้างของป้ายรถเมล์ รายได้ของใครบางคนคงหายไปไม่น้อยทีเดียว ก็เลยปล่อยให้ประชาชนใช้รถเมล์อย่างไม่สะดวกและเสี่ยงภัยกันต่อไป

ตู้โทรศัพท์บนถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามซอยพหลโยธิน๒ ภาพนี้เป็นอุทาหรณ์อันดีสำหรับผู้รับผิดชอบในการออกแบบและเลือกตำแหน่งของป้ายรถเมล์ ถ้าวางป้ายติดขอบถนนด้านนนอก ก็มีความเสี่ยงมากกว่าในกรณีที่เกิดอุบัติภัยทางรถยนต์

Sunday, February 18, 2007

แผงลอยเป็นเจ้าของทางเท้า คนเดินเท้าลงไปเดินบนถนนซะดีดี

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตลาดนัดสวนจตุจักรเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่ มีคนมาจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก แผงลอยลามออกมาถึงหน้าสวนสาธารณะ และแผงลอยเหล่านั้นได้จับจองพื้นที่บนทางเท้าเพื่อเป็นแหล่งทำมาค้าขายของเขา


แต่ทางเท้าหน้าสวนสาธารณะไม่ได้กว้างขวางมากมายอะไรนัก พอมีแผงลอยมาตั้งกินพื้นที่ไปเสียครึ่งหนึ่งของทางเท้าแล้ว ก็เหลือพื้นที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณคนเดินเท้า ซึ่งมากเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่งผลให้คนเดินเท้าส่วนหนึ่งต้องลงไปเดินบนช่องจราจรด้านซ้ายสุด (ภาพบน) เมื่อคนเดินเท้าลงมาใช้ช่องทางซ้ายสุดแล้ว รถรับจ้างที่คอยรับลูกค้าก็ต้องขยับออกไปอีกหนึ่งช่องทาง ผลจากการตั้งแผงลอยบนทางเท้ามีผลกระทบถึงขั้นทำให้ช่องจราจรหายไปหนึ่งช่องทาง และยิ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สวนจตุจักรมีคนมาใช้พื้นที่มากมายอยู่แล้ว ก็ทำให้การจราจรติดขัดไปอีกด้วย

พุทธพาณิชย์

แม้ว่าพระพุทธเจ้าจะต้องการให้พุทธศาสนิกชนจดจำคำสั่งสอนของท่าน ไม่ใช่ตัวท่าน แต่รูปเคารพของพระพุทธองค์ก็ถูกสร้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แต่เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสเศรษฐกิจ หลักการของพระพุทธรูปและพระเครื่องก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย รูปจำลองของพระพุทธองค์กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีมูลค่าทางการตลาดตามชื่อเสียงของพระเกจิผู้สร้าง จนลืมหลักการที่ว่าศาสนาพุทธมีคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก

ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ตั้งแต่ที่ทำการไปรษณีย์สามเสนในไปจนถึงแยกจตุจักร เรียงรายไปด้วยร้านค้ารูปจำลองของพระพุทธองค์ และเทพเจ้าต่าง ๆ เงินหมุนเวียนในพระเครื่องเหล่านี้มีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี ลองคิดดูว่าถ้าเอาเงินนั้นสักหนึ่งในสี่มาสร้างโรงพยาบาลหรือโรงเรียนสำหรับเด็กยากจน ประเทศชาติคงได้ประโยชน์มากทีเดียว

แม้แต่หลวงพี่ก็ยังเอากับเขาด้วย ส่องพระอย่างขมักเขม้น ไม่รู้ว่าส่องแล้วเห็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในพระเครื่องเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า

กลยุทธ์ทางการตลาด

ในโลกแห่งธุรกิจ กลยุทธ์เพื่อให้ตนเองขายสินค้าได้ถูกนำมาใช้ทุกวิถีทาง ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรูหราไปจนถึงแผงลอยข้างถนน ซึ่งกลยุทธ์บางอย่างก็มีความน่าสนใจที่ควรบันทึกเอาไว้

ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ด้านนอกริมรั้วตลาด อตก. มีแผงลอยหนึ่งขายของทุกอย่างที่ใช้แล้ว และก็มีตู้เย็นสีเขียวอยู่ตู้หนึ่งที่เขาต้องการขาย โดยติดป้ายไว้ว่า "ขาย"
แต่คำว่า "ขาย" อย่างเดียวยังไม่ดึงดูดใจลูกค้าเพียงพอ จึงมีข้อความในวงเล็บข้างล่างมาสร้างจุดสนใจในตัวสินค้า ด้วยคำว่า "เมียไล่ออกจากบ้าน" ซึ่งข้อความแค่นี้มีอิทธิพลต่อผู้ซื้อว่า ตู้เย็นนี้ยังเป็นของดีอยู่และใช้งานได้ตามปกติ แต่จำเป็นต้องขายเพราะเมียไม่ให้อยู่บ้านด้วยแล้ว จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือทำให้คนสนใจตัวสินค้า และเป็นการยกระดับคุณภาพของตัวสินค้าไปในตัวด้วย

ต้องขู่กันเสียบ้าง

ในหลักการของการสอบใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการพิสูจน์ว่าผู้ถือใบชับขี่มีความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะได้ตามมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยืนยันว่าผู้ถือใบขับขี่มีความเข้าใจกฎจราจรอีกด้วย แต่เราจะพบเห็นการฝ่าฝืนกฎจราจรกันอยู่เสมอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องออกมาขู่กันบ้าง ตัวอย่างเช่น

จุดจอดรถแท็กซี่หน้าซอยวัดไผ่ตัน ซึ่งมักจะมีรถประเภทอื่นมาจอดอยู่เสมอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมาติดป้ายขู่เอาไว้ก่อน ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียว

อันนี้ขู่หนักขึ้น บริเวณสามแยกมุมสวนจตุจักร ซึ่งถนนบริเวณนั้นเป็นเส้นตรงและมีขนาดกว้าง ทำให้พวกนักแข่งรถบนถนนสาธารณะทั้งหลายชอบใช้เป็นสนามประลองความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเอาซากรถที่ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงมาตั้งขู่ไว้เป็นมรณสติ แต่ก็คงไม่ไดผลอะไรนัก เพราะยังเห็นพวกนักแข่งรถตายกันรายวัน

เอนกประโยชน์

ป้ายผ้าบริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน ซึ่งอิทธิพลของตลาดนัดสวนจตุจักรลามมาถึง ในเวลาที่ไม่มีตลาดนัดป้ายผ้าอันนี้ถูกแขวนไว้ตามปกติ เพื่อบอกข้อมูลแก่คนที่ผ่านไปมา แต่พอเป็นเวลาที่มีตลาดนัด เจ้าของแผงตรงนั้นก็ปลดเชือกด้านล่างสองข้าง แล้วผูกใหม่เพื่อปรับขึ้นให้เป็นร่มเงาสำหรับร้านค้าได้อย่างชาญฉลาด พอใช้เสร็จก็เก็บกลับคืนไปเหมือนเดิม

การจัดการที่ดี

วิทยาการการจัดการมักจะถูกนำมาใช้ในกรณีที่ทรัพยากรมีจำกัด แต่มีผู้ต้องการใช้ทรัพยากรนั้นมาเกินกว่าที่ทรัพยากรนั้นจะตอบสนองได้ ในโลกปัจจุบัน วิทยาการการจัดการเข้าไปมีบทบาทกับทุกสาขา สำหรับชีวิตเมือง การจัดการก็นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พลเมืองมีความเป็นอยู่ที่ดีภายใต้ทรัพยากรที่จำกัดได้เช่นกัน

ตัวอย่างของการจัดการการสัญจรเข้าออกจากสถานีรถไฟฟ้าที่สถานีศาลาแดง ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ท่ามกลางอาคารสำนักงานและแหล่งธุรกิจระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีปริมาณผู้สัญจรสูงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน แต่พื้นที่ที่จะติดตั้งบันไดเลื่อนไม่พอสำหรับบันไดเลื่อนสองตัว ตัวละทิศทาง จึงติดตั้งได้แค่ตัวเดียวซึ่งปกติแล้วบันไดเลื่อนจะนำคนจากระดับพื้นดินมาสู่ชานชลาของรถไฟฟ้า BTS เท่านั้น แต่สำหรับสถานีนี้ได้มีการจัดการที่ดี โดยเปิดบันไดเลื่อนสลับทิศทางตามเวลาว่ามีปริมาณการสัญจรในทิศทางไหนเป็นจำนวนมาก และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายหรือรับคน ดังนั้นในช่วงเช้าที่มีคนเดินทางเข้าสู่พื้นที่นี้มาก ผ่านสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง บันไดเลื่อนก็เปิดให้เลื่อนลง เพื่อช่วยนำคนออกจากสถานีให้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนในช่วงเวลาอื่น ๆ ก็เปิดให้บันได้เลื่อนขึ้นตามปกติ นี่เป็นการนำเอาวิทยาการจัดการมาใช้กับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างน่าชมเชย จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ทางหลวงแผ่นดินที่ปลอดภัย

ทางหลวงแผ่นดินสายหลัก เป็นเส้นทางที่มีปริมาณการสัญจรมาก มีการสัญจรหลายประเภท และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งต้องการการออกแบบที่ได้มาตรฐานโดยมีหลักการของความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ ดังนั้นทางหลวงแผ่นดินสายหลักจึงต้องมีจำนวนช่องจราจรที่สอดคล้องกับปริมาณการสัญจร ต้องแยกการสัญจรสองทิศทางออกจากกันโดยเด็ดขาด และจะต้องมีระยะห่างระหว่างช่องจราจรสองทิศทางที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการข้ามมาชนกันอีกฝั่งหนึ่ง

ตัวอย่างการออกแบบทางหลวงแผ่นดินที่ดี พบบนเส้นทางระหว่างอำเภอวังน้ำเขียว ไปยังตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสามช่องจราจรเหมาะกับการมีรถบรรทุกวิ่งเป็นจำนวนมาก เพราะรถบรรทุกจะวิ่งช่องซ้ายสุด และเหลือพื้นที่ไว้สำหรับแซงและสำหรับรถขนาดเล็กอีกสองช่องทาง การสัญจรสองทิศทางถูกแยกออกจากกันด้วยเกาะกลางแบบร่องและมีความกว้างเหมาะสม เพื่อดักและชลอความเร็วของรถในกรณีที่หลุดจากทางวิ่งปกติ ไม่ให้ข้ามไปอีกฝั่งของถนนได้ ซึ่งวิธีการท้องร่องดีกว่าเกาะกลางแบบสูงกว่าระดับถนนที่ไม่สามารถชลอความเร็วของรถได้ดี ต้นไม้ที่เกาะกลางก็เป็นแบบที่ไม่ต้องการการดูแลรักษาที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ น่าเสียดายที่ถนนแบบนี้ไม่ได้ถูกนำมาเป็นต้นแบบให้ใช้กับถนนอื่น ๆ ด้วย

ที่จอดรถที่จอดไม่ได้

การออกแบบและเลือกสถานที่จอดรถเป็นศาสตร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีหลักการในการออกแบบที่ค่อนข้างเข้มงวดตามมาตรฐาน ทั้งขนาดของยานพาหนะ ระยะเลี้ยว ระยะถอยหลัง ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จำเป็นต่อการเคลื่อนที่และจอดยานพาหนะทั้งสิ้น แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ที่จอดรถเป็นเหมือนของแถม ซึ่งเจ้าของรถเองก็ไม่คาดหวังว่าจะได้อะไรดีนักหนา สภาพที่จอดรถในประเทศไทยจึงไม่ได้ขึ้นกับมาตรฐาน แต่ขึ้นกับความกรุณาของเจ้าของสถานที่ เราจึงพบปัญหาในการจอดรถอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความไม่ปลอดภัย สกปรก น้ำท่วมขัง พื้นไม่เรียบ รถติดหล่ม ฯลฯ


ตัวอย่างที่จอดรถในรีสอร์ทราคาแพงแห่งหนึ่งที่เขาใหญ่ เจ้าของสถานที่กรุณาเตรียมที่จอดรถเอาไว้กลางทุ่ง ถ้าไม่ปักป้ายเอาไว้ว่านี่คือที่จอดรถนะจ๊ะ แต่ด้วยสภาพดังกล่าว ก็ไม่มีใครกล้าเอารถเข้าไปจอดอยู่ดี

สะดวก VS ทำรายได้

เรื่องความขัดแย้งระหว่างมาตรฐานที่ดีของเมืองกับผลตอบแทนทางการเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่เสมอ ว่าจะทำให้เมืองมีมาตรฐานที่ดีเป็นหลัก ซึ่งก็จะทำให้ผลตอบแทนทางการเงินมีความสำคัญน้อยกว่า หรือจะมุ่งให้มีผลตอบแทนทางการเงินที่ดี แต่เมืองมีมาตรฐานที่ไม่ดีนัก ตัวอย่างของความขัดแย้งนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

พื้นที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นย่าน Walking Street ที่มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก พื้นที่ส่วนที่เป็นทางเท้าในสยามสแควร์ก็มีแทบจะไม่พออยู่แล้ว จึงมีโครงการขยายพื้นที่ทางเท้าในซอยย่อยหลาย ๆ ซอย เพื่อให้มีพื้นที่ทางเท้ากว้างพอที่จะตอบสนองปริมาณการเดินเท้าจำนวนมาก และส่งเสริมให้มีบรรยากาศการเดินจับจ่ายซื้อสินค้าที่ดี นำไปสู่ชีวิตเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นการออกแบบที่เข้าใจพฤติกรรมการใช้พื้นที่สยามของกลุ่มวัยรุ่น ที่มักจะมากกันเป็นกลุ่ม จึงต้องการทางเท้ากว้างเป็นพิเศษในการเดิน

แต่บนทางเท้าของซอยกลาง ในสยามสแควร์กลับทำเรื่องที่ขัดแย้งกับมาตรการขยายทางเท้า ด้วยการเอาที่นั่งมาตั้งไว้กลางทางเท้าที่แคบอยู่แล้ว เหลือพื้นที่ให้คนเดินได้เพียงสองคนสวนกันที่ด้านหน้าและด้านหลังของม้านั่ง ถ้ายิ่งมีคนนั่งอยู่แล้วเท้ายื่นออกมาก็ต้องเดินเรียงหนึ่ง ซึ่งการเดินได้เพียงสองคนขัดแย้งกับพฤติกรรมการใช้พื้นที่สยามสแควร์ที่มากันเป็นกลุ่ม คนจะมานั่งที่ม้านั่งเหล่านี้ก็ไม่ค่อยมี เพราะร้อนและช่วงเวลาที่มีการจราจรทางรถยนต์มาก ก็นั่งสูดควันพิษจากรถยนต์ไป

เมื่อพิจารณาต่อไปก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมจึงมีม้านั่ง ก็เพราะมีโฆษณาบนม้านั่งนั่นเอง รับทรัพย์ค่าโฆษณากันเข้าไปเลย คุณภาพและมาตรฐานทางเท้าที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถอะครับ

ชื่อนี้มีที่มา

หัวข้อนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อบ่นนู่นบ่นนี่ตามปกติ แต่มีไว้เก็บชื่อแปลก ๆ ที่ได้พบเห็นมาเอาไว้เป็นหลักฐาน โดยมิได้ค่าโฆษณาใด ๆ ทั้งสิ้น

ร้านนี้อยู่ในซอยอารีย์พหลโยธิน เข้าไปในซอยย่อยเล็ก ๆ ตรงข้ามร้านอาหาร Reflection ชื่อร้านนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า "Terminus" แปลเป็นภาษาไทยว่า "เธอมีนัด"

สถาบันกวดวิชาย่านสะพานควาย ตั้งชื่อไว้อย่างน่าสมัครเรียนว่า "วิชามาร"

บริษัทขายแปรงสีฟันแห่งหนึ่ง บนถนนพระราม๔ ตั้งชื่อไว้โปรโมทความเก่าแก่และเชี่ยวชาญของตนเองเอาไว้ว่า "บริษัท แปรงไทยแห่งแรก จำกัด" หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า "The First Thai Brush Co.,LTD."

สมน้ำหน้า ก็พี่บุกรุกทางเท้าสาธารณะเองนี่หน่า

การประปามีวิธีการควบคุม ตรวจสอบ และอ่านมาตรวัดน้ำใช้ในอาคารโดยมาตรวัดที่ตั้งอยู่บนพื้นหน้าอาคารแต่ละหลัง ซึ่งมักจะได้ยินปัญหาของการดูแลรักษามาตรวัดน้ำอยู่เสมอ ๆ เช่น ถูกขโมยไปขายเป็นเศษเหล็ก หรือบางที่ต้องถอดหัววาล์วออกเพราะจะมีคนมาแกล้งปิดน้ำ เพราะมาตรวัดน้ำต้องตั้งอยู่ในที่ที่พนักงานของการประปาเข้าไปอ่านค่าและตรวจสอบได้

ตัวอย่างในภาพคือเจ้าของอาคารลืมไปว่า จะต้องมีการอ่านค่าการใช้น้ำที่มาตรวัดหน้าอาคารของตัวเอง ก็เลยก่ออิฐฉาบปูนทำบันไดปิดมาตรวัดน้ำไป แล้วก้ต้องมาทุบออกให้พนักงานประปาเข้าไปอ่านมาตรวัดได้ และเมื่อต้องซ่อมแซมหรือตรวจสอบน้ำในอาคารของตนเองก็ต้องมีการเปิดปิดน้ำทั้งอาคารที่มาตรวัดตัวนี้แหละ แต่ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่เจ้าของอาคารลืมแล้วก่ออิฐปิดมาตรวัด แต่เป็นการบุกรุกทางเท้าสาธารณะต่างหาก เพราะมาตรวัดน้ำไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตที่ดิน แต่อยู่บนทางเท้าสาธารณะ แล้วอาคารหลังนี้ก่อบันไดมาปิดมาตรวัดนี้ได้อย่างไร

ตกลงหมอเก่งหรือพระภูมิเจ้าที่เก่งกันแน่

ศาลพระภูมิในโรงพยาบาลตำรวจคงจะเป็นที่พึ่งทางจิตใจทั้งแก่ผู้เจ็บป่วยและญาติในโรงพยาบาลนี้ อีกทั้งคงจะศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว ใครขออะไรก็คงจะได้อย่างที่ขอ พระภูมิเจ้าที่จึงได้รับของสินบนและแก้บนเป็นดอกไม้และพวงมาลัยเต็มศาลราวกับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ทำให้นึกสงสัยว่า ตกลงแล้วโรงพยาบาลนี้มีหมอที่มีความสามารถหรือพระภูมิเจ้าที่ที่ศักดิ์สิทธิ์กันแน่